ที่มา - หน้า 156 -159 ของหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน " พัฒนาทักษะภาษา" เล่ม 3 ( กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาที่ 2 ตามหลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ) โดย เสนีย์ วิลาวรรณ ( สนพ. วพ. )

ความหมายและความสำคัญของการเขียน

การเขียน หมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ความรู้สึกนึกคิด เรื่องราว ตลอดจนประสบการณ์ต่างๆไปสู้ผู้อื่นโดยใช้ตัวอักษษเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด

การเขียนเป็นวิธีการสื่อสารที่สำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด และประสบการณ์ เพื่อสื่อไปยังผู้รับได้อย่างกว้างไกล นอกจากนั้นการเขียนยังมีคุณค่าในการบันทึกเป็นข้อมูลหลักฐานให้ศึกษาได้ยาวนาน

.

จุดประสงค์ของการเขียน

การเขียนทั่วไปมีจุดประสงค์ดังนี้
01. เพื่อบอกเล่าเรื่องราว เช่น เหตุการณ์ ประสบการณ์ ประวัติ ฯลฯ

02. เพื่ออธิบายความหรือคำ เช่น การออกกำลังกาย การทำอาหาร คำนิยามต่างๆ ฯลฯ

03. เพื่อโฆษณาจูงใจ เช่น โฆษณาสินค้า ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ฯลฯ

04. เพื่อปลุกใจ เช่น บทความ สารคดี เพลงปลุกใจ ฯลฯ

05. เพื่อแสดงความคิดเห็น

06. เพื่อสร้างจินตนาการ เช่น เรื่องสั้น นิยาย นวนิยาย ฯลฯ

07. เพื่อล้อเลียน เช่น บทความการเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ

08. เพื่อประกาศแจ้งให้ทราบ เช่น ประกาศของทางราชการ ประกาศรับสมัครงาน ฯลฯ

09. เพื่อวิเคราะห์ เช่น การเขียนวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง วิเคราะห์วรรณกรรม ฯลฯ

10. เพื่อวิจารณ์ เช่น วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล วิจารณ์ภาพยนตร์ วิจารณ์หนังสือ ฯลฯ

11. เพื่อเสนอข่าวสารและเหตุการณ์ที่น่าสนใจ

12. เพื่อกิจธุระต่างๆ เช่น จดหมาย ธนาณัติ การกรอกแบบรายการ ฯลฯ

จุดประสงค์ของการเขียนคือสิ่งที่ผู้เขียนต้องคำนึงว่า ในการเขียนงานเขียนแต่ละครั้งนั้นต้องการเขียนเพื่อสื่อเรื่องใด โดยผู้เขียนต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งหลักการเขียนประกอบการเขียน เพื่อให้การเขียนเพื่อการสื่อสารนั้นๆบรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้

.

หลักการเขียน

เนื่องจากหลักการเขียนเป็นทักษะที่ต้องเอาใจใส่ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความรู้ความชำนาญ และป้องกันความผิดพลาด ดังนั้น ผู้เขียนจึงจำเป็นต้องใช้หลักในการเขียน ดังต่อไปนี้

1. มีความถูกต้อง คือ ข้อมูลถูกต้อง ใช้ภาษาได้ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ

2. มีความชัดเจน คือ ใช้คำที่มีความหมายชัดเจน รวมถึงประโยคและถ้อยคำสำนวน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ตรงตามจุดประสงค์

3. มีความกระชับและเรียบง่าย คือ รู้จักเลือกใช้ถ้อยคำธรรมดาเข้าใจง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อให้ได้ใจความชัดเจน กระชับ ไม่ทำให้ผู้อ่านเกิดความเบื่อหน่าย

4. มีความประทับใจ โดยการใช้คำให้เกิดภาพพจน์ อารมณ์และความรู้สึกประทับใจ มีความหมายลึกซึ้งกินใจ ชวนติดตามให้อ่าน

5. มีความไพเราะทางภาษา คือ ใช้ภาษาสุภาพ มีความประณีตทั้งสำนวนภาษาและลักษณะเนื้อหา อ่านแล้วไม่รู้สึกขัดเขิน

6. มีความรับผิดชอบ คือ ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสมเหตุสมผล มุ่งให้เกิดความรู้และทัศนคติอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
นอกจากหลักการเขียนที่จำเป็นต่อการเขียนแล้ว สิ่งที่มีความจำเป็นอีกประการหนึ่งคือกระบวกการคิดกับกระบวนการเขียนที่จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับหลักการเขียน เพื่อที่จะทำให้สามารถเขียนได้ดียิ่งขึ้น

.

กระบวนการคิดกับกระบวนการเขียน

กระบวนการเคิดกับกระบวนการเขียนนั้นมีความสัมพันธ์กัน เนื่องจากการเขียนงานเขียนทุกประเภทต้องใช้ความคิด ต้องสร้างสรรค์ วิเคราะห์ กลั่นกรอง เรียบเรียงให้ดีเสียก่อน แล้วจึงลงมือเขียน อันจะทำให้การเขียนนั้นๆสำเร็จลงด้วยดี

กระบวนการคิด

1. คิดให้ตรงจุด หมายถึง คิดถึงจุดประสงค์ที่สำคัญเพียงจุดเดียว โดยการคิดให้อยู่ในวงจำกัด การคิดให้ตรงจุดมีดังนี้
..........1) คิดในหัวข้อที่จำกัด ไม่กว้างเกินไป จำกัดขอบเขตของเนื้อหาให้ชัดเจน
..........2) คิดเฉพาะสิ่งที่รู้ เพราะจะทำให้คิดได้ดี คิดอย่างชำนาญ มีประสิทธิภาพ

2. คิดให้เป็นระเบียบ หมายถึง การจัดลำดับความคิด มีดังนี้
..........1) จัดลำดับเรื่องราว คือ การจัดลำดับว่าเหตุการณ์ใดเกิดก่อนเกิดหลัง
..........2) จัดลำดับสถานที่ คือ เขียนรายละเอียดของสถานที่ให้ตรงตามความเป็นจริง ไม่วกไปวนมา
..........3) จัดลำดับตามเหตุผล คือ มีเหตุแล้วต้องมีผลตามมา หรือการกล่าวว่าผลที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด

3. คิดให้กระชับและชัดเจน คือ ต้องมีความคิดหลักเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผู้อ่านสามารถจับประเด็นได้ และความคิดนั้นต้องสามารถทำให้ผู้อ่านสื่อได้ตรงกับความคิดของผู้เขียน โดยไม่สับสน เช่น ผู้เขียนต้องการเสนอความคิดเกี่ยวกับคุณค่าของการประหยัด ต้องทำให้ผู้อ่านอ่านแล้วเห็นคุณค่าของการประหยัดอย่างแท้จริง โดยไม่เห็นแตกต่างออกไป

นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้เขียนต้องคำนึงถึงเสมอก่อนจะลงมือเขียนเรื่องใด ก็คือ มารยาทในการเขียน เนื่องจากงานเขียนบางประเภท หรือบางเรื่องอาจก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคตได้ ฉะน้น เพื่อป้องกันความเนียหายที่จะเกิดขึ้น ผู้เขียนจึงจำเป็นต้องเขียนอย่างมีมารยาท ดังนี้

มารยาทในการเขียน

1. ไม่ควรเขียนโดยปราศจากความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ เพราะอาจเกิดความผิดพลาด หากจะเขียนก็ควรศึกษาค้นคว้าให้เกิดความพร้อมเสียก่อน

2. ไม่เขียนเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติหรือสถาบันเบื้องสูง

3. ไม่เขียนเพื่อมุ่งเน้นทำลายผู้อื่น หรือเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตน พวกพ้องตน

4. ไม่เขียนโดยใช้อารมณ์ส่วนตัวเป็นบรรทัดฐาน

5. ต้องบอกแหล่งที่มาของข้อมูลเดิมเสมอ เพื่อให้เกียรติเจ้าของข้อมูลนั้นๆ

6. ไม่คัดลอกบทความหรือเนื้อหาตอนใดตอนหนึ่งมาโดยเจ้าของเรื่องไม่อนุญาต

.

.

.

.

.

บางครั้งก็มานั่งรู้สึกเสียดายที่ไม่ตั้งใจเรียนในสมัยที่สามารถเรียนได้.....และเสียดายที่ไม่เก็บหนังสือเรียนสมัยนั้นของตัวเองไว้ ( นี่ก็ฉกแบบเรียนของน้องชายมา )

อยากให้หลายๆคนได้อ่านกันนะฮะ *-*/ เอนทรี่นี้ ยิ่งโตขึ้น คนเราก็ยิ่งลืมพื้นฐานที่สำคัญไปเยอะ สื่อเส่อในปัจจุบันก็แหกกฎมารยาทในการเขียนไปหลายที่ ยิ่งในอินเตอร์เน็ตยิ่งแล้วใหญ่ - 3-" ( อืมมม แต่จริงๆแล้วบางข้อก็มีส่วนที่เราไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรเหมือนกัน - 3-" )

ยังไงๆกาลเทศะก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะสื่อสารด้วยวิธีไหน ( พูด เขียน วาด ฯลฯ ) ก็ควรระวังไว้อยู่ดี........และที่สำคัญกว่าก็คือความรับผิดชอบ ส่วนตัวว่าถ้าคนเราควรรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองสื่อออกไปเสมอนะ ถึงจะแค่ในเน็ตก็ตาม แต่เราก็กำลังสื่อสารกับคนหมู่มากที่มีตัวตนจริงๆอยู่นี่นา เนอะ *-*

.

( นอกเรื่องเรื่อยเปื่อย )

จริงๆแล้วมีเรื่องอยากพิมพ์เสริมมากมายที่คิดไว้ แต่ตอนนี้นึกไม่ออกเลยซักอย่าง แย่จังแฮะ - -"

เนื้อหาไม่เหมาะกับ BG เลย....( ฮา ) ว่าไป เอนทรี่นี้ไม่มีขึ้นต้นด้วยคำว่า ยะเฮ เหมือนทุกทีแฮะ ( กะจะให้เป็นคำเอกลักษณ์ของคาร์ฯของบล็อกเชียว....แต่มันไม่เข้ากันนี่นะ )

แล้วแบบนี้ผิดมารยาทข้อ 6 หรือว่าผิดลิขสิทธิ์มั้ยน้อ ลอกเขามาลงทั้งดุ้น - 3-"

.

.

Editted

- ต่อไปจะไม่พิมพ์เตรียมไว้ที่อื่นแล้ว - -" เอามาจัดหน้ายุ่งยากชะมัดเลย พิมพ์สดเอาในนี้ดีกว่า

- ถ้ามีคำผิดก็ขออภัยที่ตรวจทานไม่ละเอียดนะฮะ m(_ _)m


edit @ 2006/06/07 02:05:31

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet

ให้เครดิตถือว่าไม่ผิดกติกา
อีกอย่าง สื่อไหนๆถ้าใช้เพื่อการเรียนคัดลอกได้โดยไม่ผิดกฎหมาย(เพราะไม่ได้เอาไปขาย) ได้ยินมางั้น
ไม่ได้ offense หม่อมแม่นะ แต่ฝ้ายว่าแบบเรียนนี่มันก็เคร่งเกินไป คนเขียนหนังสือเรียนก็self-centeredไม่ใช่น้อย(โดยเฉพาะแบบเรียนภาษาไทย)
อย่างน้อยฝ้ายว่าจุดประสงค์ของการเขียนไม่ได้จำกัดขนาดนั้นน่า

#1 By songsage on 2006-06-07 06:06

คิดจะไม่พิมพ์เตรียม... ถ้าเน็ทหลุดจะเสียใจนะครับเจลคุง

#2 By กระรอกโฉด on 2006-06-07 08:49

ไม่ผิดหรอกๆ ดีแล้วล่ะ คนอื่นจะได้รู้ด้วยว่าการเขียนที่ถูกต้องคืออะไร เพราะเด๊วนี้มันชักจะมีแบบผิดความหมายเต็มไปหมด

#3 By SweetPuff on 2006-06-07 17:10

#2
ปกติก่อนโพสเจลจะ select all แล้วก็อปเก็บเตรียมไว้น่ะฮะ *-*v แบบนั้นก็ปลอดภัยขึ้นมาในระดับหนึ่ง ( ถ้าเออเร่อก็ paste ใหม่ )...บางทีก็ลืมเหมือนกัน - -" ( แต่ที่เจอว่าเออเร่อแล้วหายไปนี่จะเป็นตอนโพสที่ PK มากกว่าที่นี่ )

จริงอยู่ว่าถ้าไฟดับนี่มันก็ - -".............แต่ปกติเจลก็พิมพ์เตรียมในโน้ตแพดหรือเวิร์ดแพดรวดเดียวเหมือนกันอยู่ดี เพราะงั้นเลยไม่ค่อยต่างกันเท่าไรน่ะฮะ

#4 By Jelphyr on 2006-06-07 17:36

อ๊ะ ม.2 เดี๋ยวเดลคงได้เรียน ^^;;

#5 By delphyos on 2006-06-07 20:21

=_=!!! เวง เรียนมาตั้งหลายปี ทำไม่เคยรู้เลยวะว่า กศน. มันสอนเรื่องของ ม.2
ทั้งที่จิงเราอยู่ ม.5 แล้ว
ยังไงก้อขอบใจ (แต่คราวหลังกุจะไม่เรียนอีกเลย)
ซาบซึ้งโครตๆ

#7 By nong (118.173.5.187) on 2009-06-10 14:09

ดีมากๆๆๆเลย
มีใจความสำคัญมากงับ

#8 By วีรยุทธ (58.10.149.89) on 2009-06-16 09:27

บ้า มั้ง

tongue

#9 By S-SMILE on 2009-06-20 14:31

ดีมากเลย
กำลังหาพอดี

ขอบคุณนะคะ

#10 By ขะเจ้า (110.49.114.213) on 2009-09-07 20:58

ใจจ้า

#12 By เสือ (125.26.135.249) on 2009-12-04 11:17

จาเขียนเรียงความอ่า แต่ว่าหามารยาทในการเขียนในการทำงานม่ายเจออออออ ก้อเยยถอดเอาจากหน้านี้ เฮ้ออออออออออsad smile sad smile sad smile

#13 By (202.143.172.54) on 2010-01-06 11:25

ดีนะคับconfused smile confused smile confused smile

#14 By (118.172.156.198) on 2010-05-15 07:47

ขอบคุงคับกำลังหาพอดี รบกวนหาช่วยหา หลักการอ่าน
หลักการพูด หลักกการฟัง ทีคับช่วยกันหน่อยนะคับ
ขอบคุณล่วงหน้นะครับbig smile big smile big smile

#15 By (118.174.94.164) on 2010-06-03 16:01

open-mounthed smile ขอบคุณนะคะ

#16 By ขอบคุณคะคะ (119.31.7.242) on 2010-06-06 16:28

embarrassed ช่วยด้วยเด็กดีดอทเน็ทวันนี้ขอบคุณมากกัฟ
ล้อเล่งน่า ฮุอิ ขำขำ555*

#17 By (111.84.162.20) on 2010-11-06 17:08

แทง คิ้ว
Thank You
....กะ 555*

#18 By (111.84.162.20) on 2010-11-06 17:13

angry smile tongue question

#19 By หนุ่ม (182.93.140.144) on 2010-11-23 12:39

ก็ดีนะ285question

#20 By 555++ (125.26.226.130) on 2011-02-11 18:06

น่ารัก

#21 By lk; (182.52.208.175) on 2011-02-26 13:33

#22 By sake (115.87.182.99) on 2011-03-03 13:06

wink embarrassed question tongue angry smile sad smile wink double wink cry

#23 By ouy_ouy (49.230.68.140) on 2011-07-23 07:50

#24 By (180.214.215.131) on 2011-08-02 19:20

ดีมากๆๆๆเลย
มีใจความสำคัญมากอ่าsurprised smile

#25 By ae (118.172.208.37) on 2011-09-05 11:01