เมื่อครั้งนั้น
posted on 12 Jun 2009 00:56 by jelphyr in Fictionsมันเป็นเรื่องประมาณเมื่อห้าปีก่อน...
ที่นั่นเงียบสงัด....ราวกับเป็นคนละโลกกับภายนอก.... ไร้ซึ่งผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ ทั้งยังไม่มีเสียงอึงอื้อน่าหนวกหู มีเพียงเสียงสะท้อนดังขึ้นเป็นจังหวะทุกๆการย่างก้าวของฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น
มันโล่งกว้างจนน่าแปลกใจสำหรับสถานที่ที่ไม่ได้อยู่กลางแจ้ง กำแพงหินอ่อนไร้การตกแต่งเพิ่มเติมกับพื้นที่ได้รับการทำความสะอาดจนเงาวับก่อให้เกิดบรรยากาศวังเวงอย่างบอกไม่ถูกแม้ดวงไฟทุกดวงจะส่องสว่าง
ทางเดินยาวที่ให้ทิวทัศน์เหมือนกันทุกหัวมุมเลี้ยวทำให้อดคิดถึงเขาวงกตไม่ได้ ทั้งความเงียบจนเกินพอดีก็ชวนให้หวาดระแวง หากนี่เป็นฉากในภาพยนตร์แล้วคงไม่แคล้วมีอะไรกระโจนออกมาจากมุมอับเป็นแน่
พนักงานสองสามคนต่างคนต่างทำงานไม่มีใครเอ่ยปากต่อกันราวกับเครื่องจักร สีหน้าชืดเฉยเหล่านั้นทำให้รู้สึกราวกับว่าอากาศหนาวเยือกลงอีกขณะฉันเดินผ่านประตูรั้วไป เสียงสายพานของบันไดเลื่อนดังแผ่วเบาขณะที่มันพาฉันลงไปสู่ชั้นล่างถัดไป
ระเบียงทางเดินโล่งกว้างสลับคั่นด้วยเสาอาคารขนาดใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยประตูกระจกอัตโนมัติหลายบานเรียงรายอยู่บนกำแพงกระจกใสที่สะท้อนบรรยากาศวังเวงไร้ใครอื่นบนระเบียงนั้น พวกมันปิดสนิทนิ่งและจะไม่เปิดออกถ้ายังไม่ถึงเวลา สิ่งที่ฉันทำได้นั้นมีเพียงสุ่มเลือกไปยืนที่บานใดบานหนึ่งและยืนรออยู่จนกว่าจะถึงเวลาเท่านั้น
เข็มนาฬิกาไหลเลื่อนอย่างเชื่องช้าจนน่าแปลก การรอคอยคงจะทำให้ประสาทการฉันรับรู้เวลาคลาดเคลื่อนไป... กระนั้นฉันก็ได้แต่ยืนต่อไปอย่างเงียบๆและโดดเดี่ยวท่ามกลางบรรยากาศวังเวงที่ราวกับจะตัดขาดตัวตนของฉันออกจากโลกภายนอกที่เพิ่งจากมา
หลายชั่วอึดใจผ่านไป...เสียงแหลมสูงราวกับเป็นการโหยหวนของสิ่งมีชีวิตอะไรสักอย่างก็ค่อยๆแว่วให้ได้ยิน
เสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หวีดร้องกรีดทำลายบรรยากาศสงัดเงียบได้อย่างน่าสะพรึง ก่อนจะมีแสงไฟวาวโรจน์ดุจดวงตาสองดวงสัตว์ร้ายที่ส่องจ้าให้เห็นที่อีกด้านของกำแพงกระจกนั้น ลำตัวยาวของมันเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็วและหยุดนิ่งลงตรงหน้า ก่อนประตูกระจกที่ผนึกไว้แน่นหนาเมื่อครู่จะเปิดกว้างออกเชื้อเชิญ
ไอเย็นหนาวบาดผิวลอยกระทบขณะก้าวเท้าย่างเข้าไป ฉันกวาดตามองสำรวจอย่างรวดเร็วและพบว่าภายในนี้ไม่มีใครอยู่เลยเช่นกัน
เสียงแหลมสูงเป็นจังหวะรัวๆดังขึ้นก่อนประตูจะปิดขังฉันเอาไว้ด้านใน ก่อนมันจะกระชากตัวพาฉันออกไปจากสถานที่แห่งนั้นไปด้วยความเร็ว
ไปสู่ความมืดมิดอันเงียบสงัด....
=================
....
นั่น...
เป็นประสบการณ์ครั้งแรกอันแสนประทับใจ...
ที่เจ้าของบล็อกมีต่อ....รถไฟใต้ดิน
แบบว่าวาดรูปลงบล็อกเยอะแล้วเลยหาอย่างอื่นมั่ง... ( อันที่จริงคือหมดมุข ) นึกถึงบทบรรยายที่ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อตอนขึ้นรถไฟใต้ดินครั้งแรกขึ้นมา ก็เลยกะว่าเรียบเรียงเขียนเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะทีดีกว่า
มันผุดขึ้นมาเลยจริงๆนะตอนนั้น =A=" ตั้งแต่เดินเข้าสถานีไป จนกระทั่งเจอรถวิ่งมาเนี่ย อารมณ์ตอนนั้นนี่นึกเป็นฉอตๆเลย เห็นรถใต้ดินเป็นปีศาจที่จะพาไปอีกมิติได้ ( ก๊ากกก ) จริงๆคิดว่าเมื่อตอนกลับบ้านมาวันนั้นเขียนไว้หลอนกว่านี้นะ แต่มันหายไปแล้วอะ ( เขียนเล่าให้เพื่อนฟังใน msn ) TwT เสียดาย
MRT สมัยแรกๆที่เปิดใหม่ๆนี่มันเงียบเชียบดีจริงๆให้ดิ้นตาย ป้ายโฆษณงโฆษณาก็ไม่มี คนก็ไม่มี ( จริงๆคือมีบ้าง แต่น้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก )
บรรยากาศยังกะเกม horror adventure!! เดินเลี้ยวๆไปแต่ละหัวมุมเนี่ยอดคิดไม่ได้ทุกทีว่าจะมีไดโนเสาร์หรือซอมบี้โผล่มาจ๊ะเอ๋มั้ย
ชอบมากกกกกก ( อ้าว ) ตอนนั้นคิดเลยจริงๆนะว่าถ้าให้นั่งทัวร์จนสุดสายทั้งวันคงได้ฟิคอะไรกลับมาซักเรื่อง
แต่เดี๋ยวนี้คนใช้งานเยอะขึ้น คึกคักขึ้นหลายๆ ไม่ขลังแล้ว - 3-" น่าเบื่อขึ้นจม ( อะไรของคุณเนี่ย.. )
มีคนเคยถามว่าแต่งฟิคคิดพล็อตหรืออะไรพวกนี้นี่ทำยังไง... ตอนนั้นตอบไปประมาณว่าเพ้อเข้าไว้แล้วไอเดียมันมาเอง แม้ว่าจะเจอเรื่องปกติธรรมดาก็ต้องหาทางคิดให้มันไม่ธรรมดาให้ได้
แล้วก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
....
/me ทำไมทุกคนในวงสนทนาหันมองตูด้วยสายตาแปลกๆกันหมดเลยฟะ...
เค้าผิดตรงไหน ; w ;"













